| ณ
ตรอกข้าวสารที่กำลังคลาคล่ำไปด้วยผู้คน นักท่องเที่ยว
และชาวต่างชาติ ผมกำลังรู้สึกตาลายสับสนคล้ายจะเป็นลม
ไม่ใช่เพราะคนเยอะ แต่เป็นเพราะตั้งแต่เที่ยงแล้วยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเลย
สหายหนึ่งในกลุ่มจึงเสนอแนะขึ้นว่า ถ้ามาข้าวสารต้องร้านนี้เลย
HIPPIE de BAR ว่าแล้วมันก็นำแก๊งค์ของเรามุ่งหน้าไปยังแผงขายหนังสือแห่งหนึ่ง
ผมก็คิดในใจว่ามันจะบ้าเรอะ คนหิวจะตายอยู่แล้ว
ดันพามาแผงหนังสือทำไม!?
โอ้ว! พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ถัดจากแผงหนังสือเข้าไป
มีร้านอาหารแนวฮิปปี้บรรยากาศน่านั่งซ่อนตัวอยู่หลังแนวตึกแถว
ผมขยี้ตาแล้วมองดูอีกที บ้านพักอาศัย 2 ชั้น
ซึ่งดูจากสถาปัตยกรรมแล้วน่าจะสร้างขึ้นในราวๆ
ทศวรรษที่ 70 ถูกดัดแปลงตกแต่งเป็นร้านอาหาร
บริเวณหน้าบ้านมีสวนเล็กๆ บรรยากาศร่มรื่น
ภายใต้ต้นไม้นั้นเรียงรายไปด้วยโต๊อาหารที่ประดับประดาด้วยแสงเทียนดูโรแมนติก
ส่วนด้านในตัวบ้านตกแต่งเป็นสไตล์ฮิปปี้สีสันฉูดฉาดได้ใจมาก
ทั้งวอลเปเปอร์, เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งแต่ละชิ้นไม่ออกแนวเรทโทร
ก็ฮิปปี้ ไม่น่าเชื่อว่าสองสไตล์นี้จะไปด้วยกันได้อย่างน่าประหลาดใจ
เมนูแรกในค่ำคืนนี้ก็คือ
สปาเก็ตตี้เขียวหวานกุ้ง
รสชาติหอมหวานมันกะทิ แต่มีแอบเผ็ดเล็กน้อย
อืมม ลืมบอกไปครับว่าอาหารร้านนี้เค้าออกเผ็ดหน่อยนะครับ
เพื่อจะได้เข้ากับความจัดจ้านของคอนเซ็ปต์แนวฮิปปี้
แต่ใครจะสั่งเผ็ดน้อยหรือไม่เผ็ดก็บอกคนรับออเดอร์ได้นะครับ
... จานต่อมาเป็น กระดูกหมูสามรส
เนื้อหมูหวานนุ่มชุ่มลิ้นมากๆ แถมหอมกลิ่นกระเทียมอีกต่างหาก
อีกเมนูที่ขอแนะนำก็คือ ไก่บ้านต้มขมิ้น
เสิร์ฟบนหม้อไฟ ให้ทานกันแบบร้อนๆ น้ำแกงหอมอบอวลด้วยกลิ่นสมุนไพร
สั่งมาทานแก้หวัดได้เป็นอย่างดีสำหรับช่วงหนาวๆ
แบบนี้
 |
 |
| จุดเด่นของที่นี่ |
| |
| การตกแต่งร้านแนวฮิปปี้
อาหารอร่อยรสจัดจ้าน ดนตรีแนวเร็กเก้และสกาี
เสื้อผ้าและเครื่องประดับ
made in paradise สวยเก๋ไม่ซ้ำใคร |
|
|
ร้านนี้เค้ามี้ค็อกเทลสีหวานไว้เอาใจคุณสุภาพสตรีด้วยครับ
ที่อยากให้ลองดูก็คือ Hippie Happy
เครื่องดื่มชื่อเก๋ที่มีส่วนผสมของว็อดก้า,
เหล้าสตรอว์เบอร์รี่, เนื้อสตรอว์เบอร์รี่
และน้ำมะนาว ... นอกจากมีดริ๊งค์เอาใจสาวๆ
แล้ว ร้านนี้ยังมีสวรรค์อีกอย่างสำหรับสาวๆ
นักช็อปด้วยนะครับ นั่นก็คือ ห้องเสื้อ made
in paradise เป็นห้องเสื้อที่อยู่ในร้าน
HIPPIE de BAR อีกที เสื้อผ้าและเครื่องประดับทุกชิ้นล้วนเป็นฝีมือการออกแบบของคุณปุ๊ก
สาวมาดเท่ห์ กับคุณลภ หนุ่มมาดเซอร์ เจ้าของร้านแห่งนี้นี่เองครับ
สไตล์เสื้อผ้าที่นี่มีตั้งแต่สายเดี่ยวปักเลื่อมระยับหรูหราดูเป็นคุณนายออกงาน
ลูกไม้ลายดอกสำหรับสาวหวาน ไปจนถึงเชิ๊ตแนวคาวบอยที่ดูเรียบๆ
แต่แฝงไว้ด้วยความเท่ห์เก๋อย่าบอกใคร
ในขณะที่สาวๆ กำลังเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อเสื้อผ้า
หนุ่มๆ อย่างเราก็นั่งชิลฟังเพลงไปเรื่อยๆ
ตอนหัวค่ำร้านนี้จะเปิดเพลงจากหลายๆ ยุคให้ได้รำลึกความหลังกัน
เรียกได้ว่ามีตั้งแต่งานร็อคแอนด์โรล์จากยุค
60s อคลูสติกคันทรี่แบบ 70s ไปจนถึงแนวเทคโนในยุค
80s ก็ยังมี ... พอมาถึง 4 ทุ่มก็จะเปลี่ยนแนวมาเป็น
Brit Pop ถูกใจคอเพลงสมัยใหม่นักเชียว
จนกระทั่ง 5 ทุ่ม ก็มาถึงเวลาของแนวเพลงที่เป็นพระเอกของที่นี่
เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก เร็กเก้
กับ สกา นั่นเอง เพื่อเอาใจแฟนพันธุ์แท้ฮิปปี้โดยเฉพาะ
หลังจากอิ่มแปล้แล้ว แก๊งค์เราก็ตระเวนขึ้นไปบนชั้น
2 ที่นี่มีโต๊ะพูลให้เราได้รีแล็กซ์ยืดเส้นยืดสายกัน
ถือโอกาสเป็นการย่อยอาหารไปในตัว
อ้าว! เผลอแป๊บเดียวตีหนึ่งแล้ว เห็นที เจย์-ซี
ต้องขอลาไปก่อนนะครับ ... และแล้วฮิปปี้ไนท์ก็จบลงอย่างแฮ็ปปี้
*หมายเหตุ :
ราคาอาหาร หรือโปรโมชั่น เป็นข้อมูล ณ วันที่ถ่ายทำ
ดังนั้น ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาติดต่อสอบถามที่ร้านอาหาร
เพื่อทราบข้อมูลราคาและโปรโมชั่นปัจจุบัน
|