สมัครสมาชิกใหม่! | ลืมรหัสผ่าน?
 
ตามติดทุกความเคลื่อนไหว แวดวงอาหารและสุขภาพ
ข่าวสารและสาระน่ารู้มากมายเกี่ยวกับอาหาร
ที่มาอัพเดทให้คุณได้รู้ก่อนใคร
 
‘ช็อคโกแลต-กุหลาบ’ ตี ‘บัวลอย’ กระจุย สะท้อนจีนรุ่นใหม่พิสมัยเทศกาลฝรั่ง
13 กุมภาพันธ์ 2549 
 
จับตาสถานการณ์ฉลองเทศกาลประจำชาติมังกรปะทะเทศกาลตะวันตกปีนี้ คืน ‘หยวนเซียว’ ห่างจาก ‘วาเลนไทน์’ 1 วันสภาพการจับจ่ายห่างกันลิบลับ ร้านค้าขายบัวลอยเงียบเหงาโดนช็อคโกแลต-ดอกกุหลาบตีกระจุย เสียงคนรุ่นใหม่พิสมัยวัฒนธรรมตะวันตกมากกว่าเทศกาลจีนเพราะสนุก สบาย เน้นสานสัมพันธ์มากกว่าบริโภค

นิตยสารไฟแนนเชียลไทมส์ของอังกฤษฉบับภาษาจีนตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับสถานการณ์การฉลองวันวาเลนไทน์ ที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้ (14) เปรียบเทียบกับบรรยากาศการฉลองวันหยวนเซียว หรือวันกินบัวลอยชมโคมไฟในวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวาน(12) ซึ่งในปีนี้ห่างกันเพียง 1 วันว่า ขณะนี้ชาวจีนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับวันแห่งความรักมากกว่าวันหยวนเซียว โดยจะเห็นได้จากการจับจ่ายซื้อของตามห้างสรรพสินค้าในช่วงเทศกาลดังกล่าว

ตัวอย่างเช่น ตามร้านค้าในเมืองกว่างโจวที่จัดหิ้งจำหน่ายช็อคโกแลต เครื่องประดับและของขวัญสำหรับคู่รักมากกว่าวางขายบัวลอย ที่ผู้บริโภคจะซื้อไปต้มทังหยวนกินในคืนหยวนเซียว ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การขายบัวลอยในปีนี้ไม่คึกคักเหมือนที่เป็นมาโดยปรกติด้วย

ด้านสถานการณ์ในนครเซี่ยงไฮ้ พบว่า ดอกกุหลาบซึ่งเป็นสัญลักษณ์วันแห่งความรักกลายเป็นสินค้าอันดับหนึ่งในตลาดดอกไม้สดของเมือง โดยดอกกุหลาบนำเข้าตกราคาดอกละ 30-50 หยวน (ราว 150-250 บาท) เช่นที่ตลาดดอกไม้หย่งเจียซึ่งเป็นตลาดดอกไม้สดมีชื่อในเซี่ยงไฮ้ยังพบว่า ไม่กี่วันมานี้มีผู้สั่งซื้อดอกกุหลาบสีดำจำนวน 999 ดอกที่ร้อยเป็นลูกบอลยักษ์สูง 1 เมตรกว่า ราคาสูงถึง 35,000 หยวนด้วย

นอกจากนี้ในเว็บไซต์ต่างๆ ยังมีการนำเสนอกระทู้หลายหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลทั้งสอง อาทิ “ห้างสรรพสินค้าให้ความสำคัญกับวาเลนไทน์ หยวนเซียวกลับเงียบเหงา” “บัวลอยหวานๆ ฤาจะสู้กุหลาบสีจัดจ้าน” “เห็นแต่ดอกกุหลาบไม่เห็นโคมไฟ...” ฯลฯ ซึ่งสะท้อนมุมมองของประชาชนที่มีต่อบรรยากาศโดยรวมในการฉลองวันวาเลนไทน์กับวันหยวนเซียว

ด้านผลสำรวจความคิดเห็นวัยรุ่นเกี่ยวกับเทศกาลฝรั่งและเทศกาลจีนของสำนักงานสำรวจสภาพสังคมแห่งชาติจีน ยังระบุว่า วัยรุ่นจีนชอบฉลองเทศกาลตามแบบวัฒนธรรมตะวันตก โดยแบ่งเป็นวันคริสต์มาส 68.5% วันวาเลนไทน์ 61.8% วันแม่ 59.4% วันพ่อ 52.7% ทั้งนี้ วัยรุ่นจำนวน 53.6% บอกว่านิยม ‘เทศกาลฝรั่ง’ เพราะเห็นว่าสนุกสนาน โดยผู้ชายจำนวน 57.1% ยังเห็นว่า “เทศกาลจีนมีแต่เรื่องการบริโภคและอุปโภค แต่เทศกาลของชาวตะวันตกให้ความสนใจเรื่องความสัมพันธ์ทางด้านจิตใจ” ส่วนผู้หญิง 60.7% เห็นว่า “เทศกาลฝรั่งฉลองอย่างสบายๆ ตามใจตัวเอง แต่เทศกาลจีนฉลองอย่างเหน็ดเหนื่อย”

ทั้งนี้ บทความในไฟแนนเชียลไทม์ชี้ว่า ชาวจีนเริ่มรับวัฒนธรรมการฉลองวันสำคัญแบบ ‘เทศกาลฝรั่ง’ อย่างชัดเจนตั้งแต่การเปลี่ยนมาใช้ปฏิทินสากล ตามที่มีการรณรงค์ให้ปรับตัวรับวัฒนธรรมตะวันตกในจีนภายหลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (ค.ศ.1949) ขณะที่บางคนมองว่า การไม่มีศาสนาเป็นของตนเองอย่างแท้จริงในจีนทำให้ไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางการยอมรับทางด้านจิตใจหรือทางด้านศาสนา

ขณะเดียวกัน การฉลอง ‘เทศกาลฝรั่ง’ ยังนำมาซึ่งสงครามเศรษฐกิจระหว่างเทศกาลด้วย โดยบทความชี้ว่า ระดับการยอมรับหรือความนิยมในเทศกาลต่างๆ ของประชาชนยังตีค่าได้จากมูลค่าการบริโภคของประชาชนในช่วงเทศกาลต่างๆ กล่าวคือ ระดับความนิยมของชาวจีนในวันตรุษจีนและวันหยุดแรงงานยังไม่เท่าวันวาเลนไทน์และวันคริสต์มาส ทั้งนี้เพราะตัวเลขการซื้อขายตามร้านค้าต่างๆ ของจีนในช่วง 2 วันหลังมีมูลค่าสูงกว่าใน 2 วันแรกนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่า แม้ชาวจีนที่ชื่นชอบการฉลอง “เทศกาลฝรั่ง” จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่พวกเขายังคงฉลองเทศกาลของจีนควบคู่ไปด้วย โดยคนกลุ่มนี้มากถึง 69% ยังชอบการฉลองตรุษจีน และ 6% บอกว่าชอบฉลองคริสต์มาส และอีก 25% บอกว่าชอบทั้ง 2 เทศกาล

หากวัดระดับความนิยมเทศกาลฝรั่งของชาวจีนโดยพิจารณาจากตัวเลขการบริโภค จะเห็นชัดว่า แม้การบริโภคในช่วงเทศกาลหยวนเซียวจะสู้เทศกาลวาเลนไทน์ไม่ได้ แต่การบริโภคช่วงตรุษจีนกลับสูงกว่าการบริโภคในช่วงเทศกาลฝรั่งใดๆ

ทั้งนี้ ผลการศึกษาด้านการบริโภคของสำนักงานสำรวจสภาพสังคมแห่งชาติจีนแสดงให้เห็นว่า ในจำนวนผู้ที่ตอบคำถามที่ฉลองเทศกาลฝรั่ง มีระดับการบริโภคต่ำกว่า 50 หยวน 28.8% ระดับ 51-100 หยวน 26.3% ระดับ 101-200 หยวน 37.5% ระดับ 201-500 หยวน 4.8% ระดับ 501 หยวนขึ้นไป 2.6% ส่วนผลการศึกษาอีกฉบับหนึ่งระบุว่า ในปีที่แล้วชาวจีนทั่วประเทศจีนมีการใช้จ่ายในช่วงตรุษจีนอยู่ระหว่าง 1,000 หยวนถึง 10,000 หยวนทีเดียว

นอกจากนี้ สำนักงานดังกล่าวยังระบุว่า เทศกาลความรัก วันแม่ และวันพ่อ ที่ชาวจีนเลือกฉลองล้วนเป็นเทศกาลที่เกี่ยวกับการแสดงความรู้สึก ส่วนเทศกาลที่บ่งบอกถึงความเป็นตะวันตกแท้ เช่น คริสต์มาส วันขอบคุณพระเจ้า ไม่ได้รับความนิยมจากชาวจีนมากนัก เนื่องจากแนวความคิดความเชื่อไม่สอดคล้องกับแนวคิดตามแบบชาวมังกร

ขณะที่ เทศกาลฝรั่งที่เข้ามาในแดนมังกรก็ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้มีความเป็นจีนมากขึ้น โดยจากการสอบถามกลุ่มคนที่ฉลองเทศกาลฝรั่งว่ามีการฉลองกันอย่างไร มีมากถึง 53.6% กล่าวว่าเป็นการสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูง ส่วน 35.8% จะฉลองกับครอบครัว และ 31.3% จะส่งของขวัญ ดังนั้น จะเห็นว่าแทบจะไม่มีใครรู้ว่าการฉลองเทศกาลฝรั่งในแบบดั้งเดิมเป็นอย่างไร


ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
 
 
อ่านข่าวย้อนหลัง
 
About Us | Advertising | Contact Us | Policy | Sitemap
Copyright © 2005 WeLoveEating.com. All rights reserved.