|
นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้อนุมัติให้เครื่องดื่มน้ำอัดลมของบริษัท
ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัทหาดทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำอัดลมยี่ห้อโค้ก
สไปรท์ แฟนต้า และบริษัท เสริมสุข จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมยี่ห้อ
เป๊บซี่ มิรินด้า เซเว่นอัพ ปรับขึ้นราคาอีก 1 บาท ตั้งแต่วันที่
11 เม.ย.ที่ผ่านมา ใน 5 ขนาด ได้แก่ ขนาด 250 ซีซี ราคาเดิม
9 บาท เป็น 10 บาท ขนาด 280 ซีซี เดิม 7 บาท เป็น 8 บาท
ขนาด 325 ซีซี เดิม 13 บาท เป็น 14 บาท ขนาด 600 ซีซี
เดิม 11 บาท เป็น 12 บาท และขนาด 2,000 ซีซี เดิม 37 บาท
เป็น 38 บาท โดยการเปลี่ยนแปลงราคาใหม่นั้น จะมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ผู้ประกอบการน้ำอัดลมแจ้งเปลี่ยนแปลงราคาดังกล่าวต่อตลาด
สาเหตุที่อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลมนั้น เนื่องจากสินค้าดังกล่าวไม่มีการปรับราคามาแล้ว
8 ปี ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตราคาสูงขึ้น เช่น
น้ำตาลทราย รวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ ทั้งการบริหารจัดการ
ค่าขนส่ง มีต้นทุนสูงขึ้นจากผลกระทบราคาน้ำมันแพง ทำให้การจำหน่ายน้ำอัดลมในปัจจุบันอยู่ภาวะขาดทุน
จึงเห็นควรให้ปรับราคา 1 บาทในบางขนาด จากที่ผู้ประกอบการขอปรับราคามาทั้งหมด
11 ขนาด แต่อนุมัติให้ 5 ขนาด ส่วนอีก 6 ขนาด แบ่งเป็น
3 ขนาด ไม่อนุมัติให้มีการปรับขึ้นราคา และอีก 3 ขนาดอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ขอขึ้นราคา
เนื่องจากทั้ง 6 ขนาด ได้ขออนุมัติปรับราคาเกินกว่า 1
บาท หรือตั้งแต่ 1.50-2 บาท
นอกจากนี้ ยังพบว่าต้นทุนการผลิตน้ำอัดลมเพิ่มขึ้นถึงลิตรละ
3.57 บาท แบ่งเป็นต้นทุนด้านวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าใช้จ่ายด้านภาษีสรรพสามิต ที่กระทบต้นทุนลิตรละ 2.74
บาท ค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน และน้ำมันเชื้อเพลิง ที่กระทบต้นทุนลิตร
0.83 บาท ส่งผลให้บริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่า
2 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การขึ้นราคาน้ำอัดลมในราคาใหม่นั้น เชื่อว่าผู้ประกอบการจะยังไม่ปรับขึ้นราคา
ในทันที เพราะมีขั้นตอนทางด้านการตลาดที่แจ้งให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนแปลงราคาใหม่
ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร รวมทั้งการไปบริหารจัดการเกี่ยวกับสต๊อกสินค้า
โดยราคาน้ำอัดลมใหม่จะต้องเป็นสต๊อกใหม่เท่านั้น ซึ่งผู้ค้าส่งค้าปลีกต้องขายในราคาเดิมไปก่อน
เมื่อสต๊อกเก่าหมดแล้วจึงสามารถที่จะปรับราคาใหม่ได้
|