ย่างเข้าต้นเดือนพฤษภาคมแล้วนะครับ
แต่อากาศยังคงร้อนระอุอยู่เลย ... "ไอศครีม"
ก็ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยยอดนิยมในสภาวะอากาศแบบนี้ ความเย็นและความหวานของไอศครีมจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ได้อย่างฉับพลัน
ไอศครีมจึงกลายมาเป็นของโปรดไม่เฉพาะเด็ก แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ
ก็ชื่นชอบไม่แพ้กันเลย ... คราวนี้เราลองมาทำความรู้จักประวัติคร่าวๆ
ของไอศครีมกันดีกว่านะครับ ...
ไอศครีมมีต้นกำเนิดที่ประเทศจีน โดยมีการใช้หิมะบนยอดเขาผสมกับน้ำผลไม้
และกินในขณะที่หิมะยังไม่ทันละลาย ต่อมา มาร์โคโปโล
ชาวอิตาเลียนได้นำไอเดียของจีนไปปรับแปลงสูตร โดยให้มีส่วนผสมของนมเพื่อให้ถูกปากชาวอิตาเลียนมากยิ่งขึ้น
จากนั้นจึงแพร่หลายไปที่ฝรั่งเศส อังกฤษ และข้ามไปฝั่งอเมริกา
ประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน ลงทุน 200 ดอลลาร์ ซื้อเครื่องปั่นไอศครีมมาทำกินเองที่บ้าน
ทุกชาติได้ดัดแปลงไอศครีมเพื่อให้ถูกปากกับชาติของตน
ไอศครีมมาแพร่หลายที่เมืองไทย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
หลังเสด็จฯ อินเดีย ชวา สิงคโปร์ ทรงสั่งนำเข้าเครื่องทำน้ำแข็งที่ผลิตไอศครีมจากสิงคโปร์เข้ามาเพื่อเจ้านายในพระบรมมหาราชวังเท่านั้น
ไอศครีมในพระบรมมหาราชวังทำด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน และเสิร์ฟในแก้วแชมเปญ
ต่อมาชาวบ้านคนจีนได้นำสูตรไปดัดแปลง ทำไอศครีมขายที่เยาวราช
ในช่วงรัชกาลที่ 7 เปลี่ยนจากน้ำมะพร้าวเป็นน้ำผสมสีและน้ำตาล
เรียก "ไอศครีมหลอด" และพัฒนาต่อมาเป็น
"ไอศครีมตัด" ซึ่งสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนได้เป็นอย่างดี
ทุกวันนี้หากินและหาดูได้ยากแล้ว
อุตสาหกรรมไอศครีมในบ้านเราเริ่มอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อมีผู้ผลิต
ไอศครีมป็อปตราเป็ดโดนัลดัก เริ่มต้นจากธุรกิจ
ไอติมหวานเย็นรสเฉาก๊วย, ถั่วดำ, ถั่วแดง, ลอดช่อง
จากนั้นก็พัฒนามาเป็นสูตรนม
ถัดมาเป็นยุคของ ศาลาโฟร์โมสต์ ที่มีอยู่ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำ
เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นมากที่สุดยุคหนึ่ง
ทุกวันนี้ไอศครีมมีรูปแบบที่หลากหลายขั้น ทั้ง ไอศครีมลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ,
ไอศครีมโฮมเมด และยังมีอีกหลายเจ้าที่ยังคงความเป็นไทยด้วย
ไอศครีมกะทิ, ไอศครีมตัก,
ฯลฯ
อ้างอิง // แม็กกาซีน Metro
Life