สมัครสมาชิกใหม่! | ลืมรหัสผ่าน?
 
หนีร้อนไปสัมผัสหนาวที่ "ปักกิ่ง" ... ดื่มด่ำอารยธรรมตะวันออก และอร่อยกับอาหารตำรับชาวเมืองหลวง
 
จากครั้งที่แล้วที่เราพาท่านไปกินไปเที่ยวที่มาเก๊า บางคนอาจจะบ่นว่ายังไม่หายร้อนเลย ยังไม่หนำใจ ... Chinese Issue ทริปที่ 2 นี้ WeLoveEating เลยขอพาแฟน ๆ บินลัดฟ้าไปยังเมืองหลวงของจีน "กรุงปักกิ่ง" เลยละกัน ... แหม ที่นั่นตอนนี้ก็อุณหภูมิประมาณสิบกว่าองศาเอง เย็นสบายกำลังดี เหมาะกับการเดินเที่ยวชมวิถีชีวิตผู้คน วัฒนธรรม ศิลปกรรม และอร่อยกับอาหารอันโอชะตำรับชาวเมืองหลวง
 
มาปักกิ่งทั้งที เราก็เลยคิดว่าควรเริ่มต้นทริปที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ถ้าไม่ได้ไปที่แห่งนี้ ก็เรียกได้ว่ายังมาไม่ถึงกรุงปักกิ่ง ... สถานที่ ๆ ว่านี้ก็คือ พระราชวังโบราณ "กู้กง" หรือที่คนไทยรู้จักกันดีว่า พระราชวังต้องห้าม นั่นเอง สถานที่นี้เคยเป็นวังหลวงและเป็นที่ประทับของจักรพรรดิจีนในราชวงศ์หมิงและชิง ตัวอาคารต่าง ๆ ภายในพระราชวังสร้างด้วยไม้ ซึ่งประกอบด้วยห้องหับต่าง ๆ ถึง 9,999 ห้อง บนเนื้อที่กว่า 720,00 ตารางเมตร พระราชวังต้องห้ามปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพื้นที่ใช้สอยบางส่วน อาทิ ตำหนักว่าราชการชั้นใน, ห้องบรรทม, ห้องสนมนางกำนัน และสวนชมจันทร์ที่สวยงาม (เนื่องจากเป็นพระราชวังที่มีขนาดใหญ่มาก ไม่สามารถเปิดให้ชมทั้งหมดได้ ใหญ่ขนาดที่ว่า สมมุติถ้าให้นอนคืนละห้อง กว่าจะนอนครบทั้งวัง ต้องใช้เวลาถึง 20 ปี)

คลิกที่นี่ เพื่อชมภาพถ่ายดาวเทียม พระราชวังต้องห้าม ผ่านทาง Google Maps

จากพระราชวังต้องห้าม เราสามารถเดินต่อออกไปได้ที่ จตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งเป็นจตุรัสที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง เป็นที่ตั้งของอนุเสาวรีย์วีรชน ศาลามหาประชาคม อนุสรณ์สถานรำลึกเหมาเจ๋งตง นอกจากนี้ยังสามารถชม ตึกรัฐสภาและศาลาประชาชนที่ยิ่งใหญ่งดงามซึ่งตั้งอยู่ในละแวกนั้นได้อีกด้วย

อีกสถานที่ ๆ สำคัญและไม่ควรพลาดชมก็คือ กำแพงเมืองจีน ซึ่งได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และเป็นสัญลักษณ์ที่มีความโดดเด่นของประเทศจีน มีความเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ซึ่งสร้างขึ้นตามคำบัญชาของจักรพรรดิฉินซีแห่งราชวงศ์ฉิน ผู้รวมประเทศจีนเป็นปึกแผ่น เพื่อเป็นเครื่องกีดขวางของชนเผ่าผู้รุกรานจากทางเหนือ โดยพระองค์ได้บัญชาให้ทำการเชื่อมต่อกำแพงเมืองต่าง ๆ เข้าด้วยกัน จนมีความยาวทั้งสิ้นถึงกว่า 17,200 ลี้ หรือประมาณ 6,350 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมอาณาบริเวณถึง 5 มณฑล 2 แคว้นการปกครอง ตลอดไปจนถึงทะเลทรายโกบี เมื่อได้ทอดสายตาไปตามแนวกำแพงยักษ์นี้ จะรู้สึกได้ว่า กำแพงหมื่นลี้ นี้ เปรียบเสมือนพญามังกรที่พาดพันไปตามยอดเขาด้วยท่วงท่าที่องอาจสง่างาม

สถานที่ท่องเที่ยวที่สุดท้ายที่อยากแนะนำสำหรับเมืองปักกิ่งนี้ก็คือ หอบูชาเทียนถาน ซึ่งก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่สง่างาม มีความสูง 38 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้าง 30 เมตร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1420 ช่วงเวลาเดียวกันกับพระราชวังต้องห้าม และใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 14 ปี ที่นี่เคยถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดาฟ้าดินของจักรพรรดิในสมัยโบราณ เพื่อคุ้มครองเหล่าปวงประชาชาวจีนให้มีความสมบูรณ์ทางพืชพันธุ์ธัญญาหาร

สำหรับเรื่องอาหารการกินมาปักกิ่งทั้งที ก็ไม่พลาดที่จะลิ้มลองเมนู เป็ดปักกิ่ง แบบออริจินอลดูซิว่าจะเหมือนหรือแตกต่างจากบ้านเรายังไง ... ปรากฏว่าแตกต่าง เพราะเป็ดปักกิ่งที่นี่เค้าจะรับประทานเนื้อเป็ดด้วย ไม่ได้รับประทานแค่หนังอย่างเดียวแบบที่บ้านเรา โดยวิธีการก็จะทานพร้อมกับต้นหอมซอย ราดด้วยน้ำจิ้ม แล้วห่อด้วยแผ่นแป้งพร้อมรับประทาน ในขณะที่เมนูอื่น ๆ ในปักกิ่งก็จะเรียกได้ว่ารสชาติค่อนข้างจืดทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นผัดหรือต้มอะไรก็ตาม เพราะว่าคนเมืองนี้ทำอาหารไม่ค่อยใส่ซีอิ๊วน้ำมันหอยแบบอาหารกวางตุ้งหรือฮกเกี้ยน เค้าจะเหยาะแค่เกลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทางที่ดี ถ้ามาปักกิ่งแล้วรู้ตัวว่าตนเองทานจืดไม่ได้ หรือเป็นคนติดอาหารรสจัด ก็อย่าลืมติดซอสซีอิ๊วปรุงรสต่าง ๆ หรือน้ำพริกมาด้วยละกันนะ

ออกจากภัตตาคารมาเดินตามท้องถนน ก็จะพบอาหารง่าย ๆ ที่ขายตามร้านข้างทางทั่วไป อาทิ ไข่ต้มชา เป็นไข่ทั้งใบ ยังไม่ปลอกเปือก ไปต้มอยู่ในน้ำชาสีดำ ๆ ดูไปก็คล้าย ๆ พะโล้ ... อีกอันที่พบได้บ่อย ๆ ก็คือ ลูกชิ้นต้มเสียบไม้ ถ้าเป็นเมืองเราจะเห็นแต่ลูกชิ้นปิ้งหรือทอด แต่ที่ปักกิ่งเป็นเมืองหนาว ก็เลยนิยมทานอะไรที่ร้อน ๆ สา่มารถให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้ ก็เลยจะเป็นลูกชิ้นต้ม เสียบด้วยไม้ที่ดูสวยงาม เวลาซื้อ เค้าจะใส่ถ้วยกระดาษมาให้พร้อมน้ำซุปไว้ดื่มแก้หนาว

ส่วนในเรื่องของ ของฝากของที่ระลึก ก็คงหนีไม่พ้น "หยก" หยกที่นี่ถือเป็นของฝากที่ล้ำค่าและขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็น กำไลหยก แหวนหยก ... นอกจากนี้ก็ยังมี เครื่องลางศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกกันว่า "ปี่เซี๊ยะ" หรือ "ผี่ชิว" ลักษณะมีหัวคล้ายมังกร ตัวคล้ายสิงโต เป็นสัตว์มงคลที่มีปากแต่ไม่มีทวาร เป็นที่มาของความเชื่อที่ว่าทรัพย์มีแต่เข้าไม่มีออก ร้านค้าหรือธนาคารนิยมมีไว้บูชา เพื่อเก็บกักเงินทองไม่ให้รั่วไหลและขจัดสิ่งอัปมงคล


คลิกที่นี่ เพื่อสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "ปักกิ่ง" ใน Wikipedia
 
 
 
เดท & พาร์ตี้ ย้อนหลัง
  ไปเที่ยวหัวหินกันดีกว่า ... บรรยากาศสงบดี แถมอาหารอร่อยเพียบ (12 พ.ค. 50)
  หลบร้อนส่งท้ายที่ ... เมืองหังโจว (1 พ.ค. 50)
  กิน-เที่ยว-ช็อป ที่เซี่ยงไฮ้ นครปารีสแห่งตะวันออก (20 เม.ย. 50)
  หนีร้อนไปสัมผัสหนาวที่ "ปักกิ่ง" ... ดื่มด่ำอารยธรรมตะวันออก และอร่อยกับอาหารตำรับชาวเมืองหลวง (14 เม.ย. 50)
  มาเก๊า ... ยุโรปแห่งเอเชีย เมืองแห่งเสน่ห์อาหารอร่อย ช็อปปิ้ง สถานที่สวย (4 เม.ย. 50)
  พาเที่ยวท่าพระจันทร์ แหล่งรวมของน่ากิน และบรรยากาศยามเย็นที่น่าประทับใจ (10 มิ.ย. 49)
  ตะลุยชิมข้างทาง ย่านฮิต "ไชน่าทาว์น" ... ทิ้งทวนหน้าร้อน (8 พ.ค. 49)
  ออกเดทแบบสบายๆ มื้อกลางวันบุฟเฟต์ (4 เม.ย. 49)
  เตรียมตัวให้สวยออกเดทวันวาเลนไทน์ พร้อมของขวัญเซอร์ไพรส์คุณแฟนๆ กัน!! (10 ก.พ. 49)
  เตรียมงานจัดปาร์ตี้ของบรรดาสาวขาเมาท์ ในคืนคริสมาสอีฟ (15 ธ.ค. 48)
   
 
 
About Us | Advertising | Contact Us | Policy | Sitemap
Copyright © 2005 WeLoveEating.com. All rights reserved.