|
|
|
 |
|
 |
 |
|
| |
|
 |
เซี่ยงไฮ้
หรือ ช่างไห่ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ได้รับการขนานนามว่าเป็น "นครปารีสแห่งตะวันออก"
เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญด้านต่าง ๆ ของภูมิภาค
ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การเงิน-การลงทุน รวมถึงด้านแฟชั่น
จึงนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวจีน โดยถือได้ว่าเซี่ยงไฮ้เป็นสัญลักษณ์ของจีนยุคใหม่ในด้านความก้าวหน้าและความทันสมัย
การเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเซี่ยงไฮ้นั้นควรเที่ยวชมในเวลากลางคืนเพราะตึกต่าง
ๆ จะพร้อมใจกันเปิดไฟสีสันสวยงาม เป็นนโยบายของที่นั่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
และจะปิดไฟแสงสีเหล่านี้หลังห้าทุ่มไปแล้ว
ดังนั้นในช่วงเช้า ๆ เราจึงขอแนะนำให้ไปเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวเซี่ยงไฮ้กันก่อน
ขอแนะนำ วัดพระหยกขาว เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ของคนเซี่ยงไฮ้
ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหยกขาวซึ่งอันเชิญมาจากประเทศพม่าในปี
ค.ศ. 1881 และเป็นเพียง 1 ใน 5 พระพุทธรูปหยกขาวที่ประดิษฐานอยู่ในประเทศจีน
... ถึงแม้เซี่ยงไฮ้จะเป็นเมืองเจริญทางเทคโนโลยีอย่างสูง
แต่ีพลเมืองจำนวนไม่น้อยก็ยังคงหลั่งไหลเข้าวัดมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
เรียกได้ว่ามีการพัฒนาทางด้านวัตถุและจิตใจควบคู่กันไป
พอตกช่วงบ่าย ขอเอาใจคอช็อปปิ้งแนะนำย่านช็อปปิ้งสุดฮิพของชาวเซี่ยงไฮ้
ถนนนานกิง ถนนซึ่งมีความยาว 5 กิโลเมตร
เป็นแหล่งศูนย์กลางสำหรับการช็อปปิ้งที่คึกคักมากที่สุดของนครเซี่ยงไฮ้
รวมทั้งเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าใหญ่ชื่อดังกว่า 10
ห้าง, ร้านค้าต่าง ๆ , ร้านอาหาร และศูนย์กลางความบันเทิงมากมายที่จะสร้างสีสันและความบันเทิงให้กับผู้ที่มาจับจ่ายบนถนนนานกิง
ถนนที่มีชื่อเสียงและคึกครื้นที่สุดของนครเซี่ยงไฮ้
ที่ถนนนานกิงนี้เอง เราได้เห็นชาวเซี่ยงไฮ้ต่อคิวกันยาวเหยียดเพื่อรอซื้อ
เสี่ยวหลงเปา เจ้าอร่อย เราเองก็เลยลองต่อคิวรอชิมดูบ้าง
... อืมม ปรากฏว่าอร่อยคุ้มค่าการรอคอยจริง ๆ ส่วน *เคล็ดลับในการทานเสี่ยวหลงเปาให้อร่อย
ก็คือ ต้องทานขณะที่ยังร้อน ๆ อยู่ โดยการใช้ตะเกียบคีบเสี่ยวหลงเปา
และใช้ช้อนรองไว้ด้านล่าง จากนั้นกัดเบา ๆ (ระวังซุปร้อน
ๆ ลวกปากด้วยนะ) แล้วค่อย ๆ ดูดลิ้มรสน้ำซุปหอมหวานจากภายใน
หลังจากชิมน้ำซุปแล้วก็ทานกันได้ตามอัธยาศัย
แต่ก่อนจะมีสววรค์ของนักช็อปชาวไทยที่เรียกว่า ตลาดเซียงหยาง
ขายสินค้าก็อปปี้แบรนด์เนมหลากหลายประเภท อาทิ เสื้อผ้า
กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา ดีวีดี เข็มขัด สร้อย เครื่องประดับ
แต่เพิ่งถูกทางการสั่งปิดไป เพราะถูกผู้ผลิตต่างชาติร้องเรียนกันมาก
อีกทั้งจีนกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิกปี 2008 ที่จะถึงนี้อีกด้วย
ก็เลยต้องเร่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศเสียหน่อย
... ปัจจุบันพ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ยังคงแฝงตัวขายสินค้าอยู่ที่ถนนนานกิง
โดยจะคอยเล็งหานักท่องเที่ยวที่ถนนใหญ่ให้ตามเขาเข้าไปในซอยเล็กซอยน้อย
จนไปถึงห้องลับซึ่งจัดแสดงสินค้าก็อปปี้แบรนด์เนมมากมาย
ซึ่งคนขายที่นี่เค้าจะตั้งราคาสินค้าไว้สูงโอเวอร์ *เคล็ดลับการต่อราคา
ก็คือควรต่อราคาให้ได้ประมาณ 3 ใน 10 ของราคาที่ตั้งไว้
จึงจะเป็นที่น่าพอใจ ยกตัวอย่างเช่น เค้าตั้งราคาขายไว้ที่
100 หยวน ควรต่อให้ได้ในราคา 30 หยวนเป็นอย่างน้อย (ต่อเก่ง
ๆ อาจลดเหลือ 10 หยวน อันนี้แล้วแต่ทักษะส่วนบุคคล) ซึ่งถ้าไม่ได้ราคาที่เราพอใจ
ให้แกล้งเดินหนี ส่วนใหญ่คนขายเค้าจะยอมลดให้เราทันที
พอตกเย็นเราก็ได้ไปดินเนอร์ลองลิ้มชิมรส อาหารสไตล์เซี่ยงไฮ้
ซึ่งรสชาติน่าจะถูกใจคนไทยมากกว่าอาหารที่ปักกิ่ง เพราะจะดูมีรสมีชาติมากกว่า
... จริง ๆ แล้วอาหารจีนสไตล์เซี่ยงไฮ้เกิดจากการผสมผสานวิธีการปรุงอาหารมาจากจังหวัดข้างเคียง
หรือผสมกับวัฒนธรรมชาติอื่น ทำให้อาหารเซี่ยงไฮ้มักเป็นที่รู้จักดีในเรื่องของการสร้างสรรค์วิธีการปรุงใหม่
ๆ อาหารสไตล์เซี่ยงไฮ้มักมีรสชาติหวาน และค่อนข้างมัน
พออาทิตย์ลาลับฟ้าไป แสงสีของนครเซี่ยงไฮ้ก็เริ่มสว่างไสวสวยงามขึ้นเรื่อย
ๆ เวลาหัวค่ำแบบนี้ เหมาะอย่างยิ่งที่จะไปเที่ยวที่ หาดว่ายทัน
เป็นหาดที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองเซี่ยงไฮ้ยามค่ำคืน
หรือถ้าอยากดื่มด่ำกับสัมผัสที่มากกว่านั้นก็ขอเชิญไป
ล่องเรือชมทัศนียภาพอันงดงามทั้งสองฝั่งของแม่น้ำหวังผู่ยามราตรี
เพลิดเพลินกับตึกสูง ๆ ที่โชว์แสงสีตระการตา, หอหมิงจู
(หอคอยไข่มุกแห่งบูรพา) ซึ่งเป็นสถานที่ส่งคลื่นไฟฟ้าของสถานีโทรทัศน์เซี่ยงไฮ้
สูง 468 เมตร และยังเป็นหอคอยที่สูงที่สุดของเอเชียอีกด้วย
จากบนเรือเราสามารถชมทัศนียภาพของสองความแตกต่างที่ลงตัว
ระหว่างผู่ตงเมืองใหม่ที่มีตึกสูงทันสมัยระฟ้า กับฝั่งผู่ซี
ที่ยังคงอนุรักษ์ตึกเก่าแก่แต่ทรงคุณค่าไว้มากมาย
ที่เซี่ยงไฮ้นี่เอง ทีมงานวีเลิฟฯ ก็ได้มีโอกาสได้ขึ้น รถไฟแม็กลีฟ
เป็นรถไฟที่แล่นเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็วสูงสุดที่แล่นได้
522 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า
เวลาแล่นจะลอยตัวขึ้น ไฮเทคมาก ๆ ... น่าเสียดายที่เราโดยสารแค่ภายในเซี่ยงไฮ้
ความเร็วสูงสุดตอนที่เรานั่งเลยได้แค่ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง
รถไฟก็ต้องชะลอรถความเร็วลงแล้ว เพราะดันถึงที่หมายซะแล้วภายในเวลาไม่กี่นาที
ส่วนของฝากที่ขึ้นชื่อของเซี่ยงไฮ้ก็คือ ไข่มุก
ไม่ว่าจะเป็นครีมไข่มุก หรือเครื่องประดับมุก จำพวกสร้อย,
กำไล เป็นต้น
คลิกที่นี่
เพื่อสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
"เซี่ยงไฮ้" ใน Wikipedia
|
 |
|
 |
|
 |
| |
| |
| |
เดท
& พาร์ตี้ ย้อนหลัง |
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |