|
|
|
 |
 |
 |
| หลบร้อนส่งท้ายที่
... เมืองหังโจว |
| |
Chinese
Issue วีเลิฟอีทติ้งสกู๊ปหนีร้อนไปเที่ยวจีน ก็ได้พากินเที่ยวครบทั้ง
3 เมืองแล้ว : มาเก๊า - ปักกิ่ง - เซี่ยงไฮ้ บางคนยังอารมณ์ค้างอยากเที่ยวต่อ
ยังไม่อยากกลับเลย เราก็เลยจัดให้พิเศษ แถมให้อีกเมืองนึงละกัน
... เมืองหังโจว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเซี่ยงไฮ้เท่าไหร่ เดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว
มาดูกันนะครับว่าทำไมเมืองนี้ถึงน่าสนใจให้เราต้องแวะไปเที่ยวและชิมอาหารที่นั่น
|
|
 |
|
 |
 |
 |
| |
|
 |
หังโจว
ตั้งอยู่ทางเหนือของมณฑลเจ๋อเจียง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน
หังโจวเป็นเมืองงดงามด้วยธรรมชาติ ทั้งภูเขา ทะเลสาบ ต้นไม้
และสวน ในอดีตมีคำเปรียบเปรยถึงความสวยงามของเมืองหังโจวว่า
"บนฟ้ามีสววรค์ บนดินมี หังโจว"
และไฮล์ไลท์ที่ขาดไม่ได้ของการเยือนเมืองนี้ก็คือทะเลสาบซีหู
ทะเลสาบซีหู หรือทะเลสาบตะวันตก เดิมชื่อทะเลสาบจินหนิว
สมัยที่กวีเอกไป๋จวีอี้แห่งราชวงศ์ถัง และซูตงปัว กวีเอกสมัยราชวงศ์ซ่งเป็นเจ้าเมืองหังโจวได้สร้างเขื่อนในทะเลสาบนี้เพื่อกั้นน้ำ
แต่ได้กลายเป็นถนนเชื่อมทะเลสาบจากแนวเหนือ-ใต้ และตะวันออก-ตะวันตก
เข้าด้วยกัน ต่อมามีการปรับปรุงทะเลสาบปลูกต้นไม้ (ต้นหลิว)
โดยรอบ ทำสวนดอกไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะดอกโบตั๋น สวนปลา และบ้านพักตากอากาศ
ทะเลสาบแห่งนี้มีพื้นที่ 5.6 ตารางกิโลเมตร ล้อมรอบด้วยภูเขาสามด้าน
อีกด้านติดกับเมือง ในทะเลสาบมีเกาะน้อยใหญ่ มีสิ่งก่อสร้างที่น่าแวะชม
เช่น โคมหินสะท้อนเงาจันทร์ สวนท่าดอกไม้ ตลอดจนธรรมชาติอันงดงามสดชื่นรอบ
ๆ ทะเลสาบแห่งนี้ ที่ได้รับสมญานามจากนักท่องเที่ยวว่า "พฤกษาชาติในนครินทร์"
และเป็นบ่อเกิดของกวีและนิยายดัง ๆ หลายเรื่อง ซึ่งมีคนเปรียบทะเลสาบซีหู
ว่าเหมือนนางไซซีที่สวยงาม
สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีในเมืองหังโจวก็คือ
บ้านเศรษฐี บ้านเดิมของอดีตคหบดี หูเสี่ยเอี๋ยน
ซึ่งเป็นพ่อค้าที่มีชื่อเสียงมากในสมัยราชวงศ์ชิง เป็นบ้านทรงจีนที่ใช้เวลาสร้างนานถึงสามปีเต็มด้วยมูลค่าในสมัยนั้นถึง
200,000 ตำลึง มีเนื้อที่กว่า 4 ไร่ ตัวบ้านสร้างด้วยไม้แกะสลักงดงาม
ภายในบ้านมีจำนวนห้อง 20 ห้อง ซึ่งล้วนต้องตามหลักฮวงจุ้ย
คือ มีสระน้ำอยู่กลางบ้าน พร้อมด้วยลำธารเป็นสายน้ำ มีภูเขาจำลองพร้อมสวนดอกไม้
ภายในสวนมีพรรณไม้นานาชนิด รวมทั้งเก๋งจีน, ศาลาที่พัก,
ระเบียงทางเดินที่คดเคี้ยว พร้อมฉากชั้นที่จัดได้สมส่วน
แสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมของราชวงศ์ชิงได้เป็นอย่างดี
สำหรับผู้ที่พิศมัยการดื่มชา หรืออยากซื้อชากลับไปเป็นของฝาก
ก็ขอแนะนำให้ไปที่ หมู่บ้านเหมยเจียอู
เป็นหมู่บ้านที่มีการปลูกและผลิตชาเขียวที่ขึ้นชื่อของจีน
"หลงจิ่งฉา" สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
ก็เคยทรงเสด็จมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว 2-3 ครั้ง ชาของที่นี่คุณภาพดีเป็นอันดับหนึ่งของเมืองหังโจว
ดื่มชากันไปแล้วคราวนี้มาลองลิ้มชิมรสอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองหังโจวกันบ้างดีกว่า
เมนูที่ว่านี้ก็คือ "ไก่ขอทาน"
เป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดจากตำนานโบราณของจีน ซึ่งเล่ากันว่า
ครั้งหนึ่งมีขอทานคนหนึ่งอดยากมาก จึงเข้าไปขโมยไก่ที่บ้านเศรษฐี
พอได้ไก่มา ขอทานคนนี้ก็กลัวจะถูกจับได้ จึงเอาดินมาพอกตัวไก่แล้วทิ้งลงไปในกองไฟ
ภายหลังจึงนำไก่พอกดินมากระเทาะดินออก ทำให้ขนและหนังไก่หลุดติดมากับดิน
เหลือแต่เนื้อไก่ซึ่งมีรสชาติอร่อย นับแต่นั้นมาตำรับไก่ขอทานนี้จึงเป็นที่แพร่หลายรู้จักกันไปทั่ว
... ถึงแม้หน้าตาของจานนี้จะไม่โสภานัก (ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าขอทาน)
แต่เมื่อได้ลิ้มรสแล้ว ปรากฏว่าหอมอร่อยมาก ถ้าใครมาหังโจว
ก็อย่าพลาดที่จะลิ้มลองเมนูนี้
ตกกลางคืนถ้าไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ขอแนะนำให้ไปเที่ยวที่ เมืองจำลองซ่ง
ที่นั่นจะจำลองบรรยากาศและสิ่งก่อสร้างเลียนแบบสมัยราชวงศ์ซ่ง
และได้จำลองเอาวิถีชีวิตของชาวจีนในสมัยโบราณมาไว้ พร้อมดูโชว์ยิ่งใหญ่ตระการตา
ไม่ว่าจะเป็นนาฏศิลป์ การฟ้อนรำ แสดงถึงวัฒนธรรม-ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง
ๆ ตลอดจนการแสดงกายกรรมอันน่าตื่นเต้นหวาดเสียวอีกด้วย
สำหรับของฝากของเมืองหังโจวที่ขึ้นชื่อนอกจากชาเขียวแล้วก็ยังมี
ผ้าไหม เมืองนี้เป็นแหล่งผลิตผ้าไหมที่มีคุณภาพ
โดยจะมีการนำผ้าไหมมาทำเป็นผ้าห่ม ที่มีคุณสมบัติพิเศษมาก
ๆ คือ ถ้าห่มในฤดูร้อนจะทำให้ร่างกายรู้สึกเย็น แต่ถ้าใช้ห่มในช่วงหน้าหนาวจะทำให้รู้สึกอุ่น
ข้อแนะนำ - หังโจวเป็นเมืองที่วิวสวย ต้นไม้เยอะ
ดอกไม้เยอะ เป็นเมืองที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ แต่ท่านอาจจะต้องพบกับความแปลกตาแปลกใจกับ
ธงนานาชาติ อย่าตกใจไป เพราะชาวเมืองที่นี่เค้านิยมตากเสื้อผ้า
ชุดชั้นใน กุงเกงลิง ไว้ตามถนนหนทาง ริมบาทวิถี บนต้นไม้
ไปจนถึงเกาะกลางถนน ก็ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวทีเดียว
อิอิ |
 |
|
 |
|
 |
| |
| |
| |
เดท
& พาร์ตี้ ย้อนหลัง |
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |